ปัญหาไฟฟ้าขัดข้องโดยเฉพาะอาการไฟตกเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สร้างความรำคาญใจและส่งผลเสียต่อระบบไฟฟ้าภายในที่พักอาศัยอย่างมาก วันนี้ Fuhrer ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสายไฟฟ้าคุณภาพสูง จะมาแนะนำแนวทางและวิธีแก้ไฟตกในบ้าน อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การหาสาเหตุที่แท้จริงไปจนถึงการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ระบบไฟฟ้าภายในบ้านมีความเสถียรและปลอดภัยสูงสุด ช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากระบบไฟฟ้าที่ไม่ได้คุณภาพ พร้อมส่งมอบความรู้เชิงเทคนิคที่เข้าใจง่ายสำหรับเจ้าของบ้านทุกคน
ไฟตกเกิดจากอะไร
ก่อนจะไปดูวิธีแก้ไฟตกในบ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยว่าอาการไฟตกเกิดจากปัจจัยใดกันแน่ โดยปกติแล้วแรงดันไฟฟ้ามาตรฐานในประเทศไทยจะอยู่ที่ 220 โวลต์ (Volt) หากแรงดันนี้ลดต่ำลงกว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้หลอดไฟกะพริบ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานผิดปกติ โดยสาเหตุหลักสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ดังนี้
1. สาเหตุจากปัจจัยภายนอก (External Factors)
บ่อยครั้งที่ปัญหาไฟตกเกิดจากระบบจำหน่ายไฟฟ้าภายนอก เช่น บ้านอยู่ปลายสายของการไฟฟ้า ทำให้แรงดันไฟฟ้าตกหล่นระหว่างทางก่อนจะถึงตัวบ้าน หรือเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าในบริเวณนั้นมีภาระการใช้งานมากเกินไป (Overload) นอกจากนี้อุบัติเหตุตามธรรมชาติ เช่น พายุฝนที่ทำให้กิ่งไม้พาดสายไฟ หรือการซ่อมบำรุงในพื้นที่ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้กระแสไฟไม่นิ่งได้เช่นกัน
2. สาเหตุจากระบบไฟฟ้าภายในบ้าน (Internal Factors)
หากพบว่าบ้านใกล้เรือนเคืองไม่มีปัญหา แต่บ้านเรามีอาการเพียงหลังเดียว สันนิษฐานได้ว่าปัญหาไฟตกเกิจากระบบภายใน เช่น
- การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง: การเปิดแอร์พร้อมกันหลายตัว เครื่องทำน้ำอุ่น หรือเตาอบไฟฟ้าในเวลาเดียวกัน
- สายไฟเสื่อมสภาพ: สายไฟที่ใช้งานมานานกว่า 15-20 ปี มักมีการชำรุดภายในหรือมีค่าความต้านทานสูงขึ้น
- จุดเชื่อมต่อหลวม: ข้อต่อสายไฟในกล่องพักสายหรือที่ตัวเบรกเกอร์ที่ไม่แน่นพอ ทำให้กระแสไฟไหลไม่สะดวก
5 วิธีแก้ไฟตกในบ้าน เพื่อความปลอดภัยและยั่งยืน
เมื่อทราบสาเหตุแล้วการวางแผนแก้ไฟตก จะช่วยลดความเสียหายต่อทรัพย์สินได้ โดยสามารถดำเนินการตามลำดับความสำคัญได้ดังนี้

1. ตรวจสอบและปรับปรุงขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า
หากบ้านมีการต่อเติมหรือซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก เช่น เพิ่มแอร์หลายตัว การแก้ไฟตกที่ตรงจุดคือการแจ้งการไฟฟ้าเพื่อขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า จาก 5(15)A เป็น 15(45)A หรือตามความเหมาะสมของการใช้งานจริง เพื่อให้รองรับปริมาณกระแสไฟที่ไหลเข้าบ้านได้เพียงพอ
2. เลือกใช้สายไฟที่มีคุณภาพและขนาดที่เหมาะสม
การใช้สายไฟที่มีขนาดเล็กเกินไป (Undersized) เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้ไฟ คือสาเหตุหลักที่ทำให้แรงดันตก การเปลี่ยนมาใช้สายไฟที่ได้มาตรฐานสายไฟบ้านจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้จะช่วยลดการสูญเสียแรงดันในเส้นสาย การลงทุนกับสายไฟคุณภาพสูงถือเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไฟตกในระยะยาว
3. ติดตั้งเครื่องรักษาระดับแรงดันไฟฟ้า (Stabilizer)
สำหรับพื้นที่ที่ไฟตกจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้วิธีแก้ไฟตกในบ้านที่นิยมคือการติดตั้งเครื่อง Stabilizer หรือเครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ อุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่ประคองแรงดันไฟฟ้าให้คงที่ที่ 220V ตลอดเวลา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีอุปกรณ์ราคาแพง เช่น เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ หรืออุปกรณ์การแพทย์
4. แยกวงจรไฟฟ้าภายในบ้าน
การจัดทำตู้ Consumer Unit ใหม่และแยกวงจรไฟฟ้า (Circuit Breaker) ตามประเภทการใช้งาน เช่น แยกวงจรแอร์ วงจรปลั๊กไฟ และวงจรแสงสว่าง จะช่วยลดปัญหาแรงดันตกชั่วคราวขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่เริ่มทำงาน (Inrush Current)
5. ตรวจเช็กระบบกราวด์และจุดเชื่อมต่อ
การหมั่นให้ช่างไฟฟ้าผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบจุดเชื่อมต่อสายไฟและระบบสายดินเป็นประจำ จะช่วยป้องกันอาการไฟกะพริบและเพิ่มความปลอดภัยจากไฟฟ้ารั่วได้อีกด้วย
ความสำคัญของการเลือกอุปกรณ์จาก โรงงานผลิตสายไฟ ที่เชื่อถือได้
การวางระบบไฟฟ้าในบ้านไม่ใช่เรื่องของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานความปลอดภัยในชีวิตวิธีแก้ไฟตกในบ้านที่ดีที่สุดคือการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีที่มาที่ไปชัดเจน โดยเฉพาะสายไฟฟ้าที่เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของบ้าน การเลือกใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์จากโรงงานผลิตสายไฟที่มีเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าทองแดงภายในมีความบริสุทธิ์สูงและฉนวนกันความร้อนมีความทนทาน ทำให้การนำกระแสไฟฟ้าเป็นไปอย่างราบรื่น ลดอัตราการเกิดไฟตกเนื่องจากคุณภาพของสายไฟไม่ได้มาตรฐาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไฟฟ้าตก
ไฟตกบ่อยๆ ทำให้ตู้เย็นเสียจริงไหม?
จริง เพราะเมื่อแรงดันไฟฟ้าต่ำ มอเตอร์ของตู้เย็นจะทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาความเย็น จนเกิดความร้อนสะสมและอาจทำให้คอมเพรสเซอร์ไหม้ได้
ใช้เครื่องสำรองไฟ (UPS) แทนการแก้ปัญหาไฟตกได้หรือไม่
UPS ช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ดับและรักษาระดับไฟได้ในระดับหนึ่ง แต่หากไฟตกอย่างต่อเนื่องในภาพรวมของบ้าน การแก้ปัญหาที่ระบบสายไฟและมิเตอร์จะเป็นการแก้ที่ต้นเหตุมากกว่า
สังเกตอย่างไรว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนสายไฟบ้าน
สังเกตจากฉนวนสายไฟที่มีอาการกรอบ แตก หรือมีรอยไหม้ตามจุดเชื่อมต่อ รวมถึงเมื่อสัมผัสที่ผนังบริเวณที่มีสายไฟเดินอยู่แล้วรู้สึกถึงความร้อน

สรุปบทความ
การเข้าใจว่าไฟตกเกิดจากอะไร และรู้จักแนวทางวิธีแก้ไฟตกในบ้านอย่างถูกวิธี จะช่วยให้สมาชิกในครอบครัวใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า และป้องกันความเสี่ยงจากเหตุอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากระบบไฟที่โอเวอร์โหลด การเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับมาตรฐานและการปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกครัวเรือน
สุดท้ายนี้ สำหรับผู้ประกอบการท่านใดหรือเจ้าของบ้านที่กำลังมองหาสายไฟฟ้าคุณภาพสูงเพื่อนำไปใช้งานในโครงการหรือปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้านให้มีความเสถียร Fuhrer พร้อมให้บริการและให้คำปรึกษาด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการผลิตระดับสากล ด้วยความไว้วางใจจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาอย่างยาวนาน เรามุ่งมั่นพัฒนาสายไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกรูปแบบเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคุณและคนที่คุณรักในทุกก้าวย่างของการใช้พลังงานไฟฟ้า


